User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

รัฐบาลประยุทธ์กับรถไฟไทย

          ผมดีใจที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งพัฒนารถไฟไทยเพื่อลดต้นทุน Logistics (ค่าขนส่งสินค้า + ค่ารักษาสินค้าในคลังสินค้า + ค่าบริหารจัดการ) ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องขับเคลื่อนประเทศด้วยระบบราง รถไฟจะเป็นทางเลือกใหม่ของการขนส่ง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมรับกระแสโลกในการลดก๊าซเรือนกระจก

          แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดตามการก่อสร้างทางรถไฟของรัฐบาลนี้คงสับสนพอสมควรในการได้รับข้อมูลข่าวสาร บางครั้งได้ยินว่ารัฐบาลจะก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน บางครั้งก็ได้ยินว่ารัฐบาลจะก่อสร้างรถไฟทางคู่กึ่งความเร็วสูง ทำให้ไม่รู้แน่ชัดว่ารัฐบาลจะพัฒนารถไฟไทยอย่างไรกันแน่ ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเสนอแนะแนวทางการพัฒนารถไฟไทยดังนี้

User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

วิพากษ์ MOU รถไฟทางคู่ไทย-จีน

          เมื่อเร็วๆ นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้รัฐบาลจีนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดราง 1.435 เมตร เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร และช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ผมมีความเห็นต่อร่าง MOU ดังกล่าวบางข้อดังนี้

          1. MOU ระบุว่า “ฝ่ายไทยตกลงที่จะให้ฝ่ายจีนเข้ามามีส่วนร่วมในโอกาสแรกที่เป็นไปได้ ในขั้นตอนการเตรียมการของโครงการ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ และจะพยายามให้เริ่มการก่อสร้างได้ภายในปี 2559”

             ข้อนี้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของผมที่ได้บอกว่าจะต้องทำการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อหาแนวเส้นทางที่เหมาะสม ซึ่งอาจจะได้เส้นทางใหม่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางที่ไปสิ้นสุดที่ท่าเรือมาบตาพุด เช่น อาจจะได้เส้นทางที่เชื่อมโยงไปถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น อีกทั้ง ผลการศึกษาจะต้องชี้ได้ว่ารถไฟทางคู่สายดังกล่าวควรจะขนทั้งผู้โดยสารและสินค้า หรือควรจะขนผู้โดยสารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ ผมได้บอกว่าการเลือกเส้นทางจะต้องเป็นความเห็นชอบร่วมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งใน MOU ก็ได้ให้จีนเข้าร่วมศึกษาความเป็นไปได้ หรือเลือกเส้นทางด้วย

User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

รถไฟทางคู่ไทย อย่าให้จีนชี้นำ

          การศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) มาตามลำดับ ดังนี้

1. รถไฟทางคู่ครั้งที่ 1

          ในปลายเดือนกรกฎาคม 2557 ก่อนมีรัฐบาลประยุทธ์ มีการประโคมข่าวใหญ่โตว่าจะมีการก่อสร้างรถไฟทางคู่โดยใช้รางกว้าง 1.435 เมตร ซึ่งเท่ากับรางของรถไฟความเร็วสูง แต่มีความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ประกอบด้วย 2 เส้นทาง ดังนี้

          (1) หนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 392,570 ล้านบาท หรือค่าก่อสร้างเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร

         (2) เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี-แหลมฉบัง ระยะทาง 655 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 348,890 ล้านบาท หรือค่าก่อสร้างเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร

        ผมได้เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ค่าก่อสร้างเฉลี่ยต่อกิโลเมตรจะเท่ากันทั้งสองเส้นทางคือ 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร เพราะลักษณะภูมิประเทศของเส้นทางทั้งสองต่างกัน อีกทั้ง ได้วิจารณ์ว่าเป็นราคาค่อนข้างสูง เพราะมีราคาพอๆ กับค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท (สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์) ซึ่งมีค่าก่อสร้างเฉลี่ย 541.50 ล้านบาท/กิโลเมตร แต่การก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้งสองสายดังกล่าวไม่ใช่เป็นการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 – 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ดังนั้น ค่าก่อสร้างรถไฟทางคู่จะต้องถูกกว่า

User Rating: 5 / 5

Star activeStar activeStar activeStar activeStar active

อย่ารื้อฟื้นทางด่วนขั้นที่ 3

          เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้ขอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อมูลการดำเนินโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ เพื่อที่จะศึกษารายละเอียดและพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

         ทางด่วนขั้นที่ 3 เชื่อมวงแหวนฝั่งตะวันตกกับวงแหวนฝั่งตะวันออก โดยวิ่งบนถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนงามวงศ์วาน และถนนเกษตร – นวมินทร์ ซึ่งบางช่วงจะต้องใช้พื้นที่ของ ม. เกษตรฯ และชุมชนใกล้เคียง แต่ ม. เกษตรฯ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุ