User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

รถไฟทางคู่ไทย อย่าให้จีนชี้นำ

          การศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) มาตามลำดับ ดังนี้

1. รถไฟทางคู่ครั้งที่ 1

          ในปลายเดือนกรกฎาคม 2557 ก่อนมีรัฐบาลประยุทธ์ มีการประโคมข่าวใหญ่โตว่าจะมีการก่อสร้างรถไฟทางคู่โดยใช้รางกว้าง 1.435 เมตร ซึ่งเท่ากับรางของรถไฟความเร็วสูง แต่มีความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ประกอบด้วย 2 เส้นทาง ดังนี้

          (1) หนองคาย-โคราช-สระบุรี-แหลมฉบัง-มาบตาพุด ระยะทาง 737 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 392,570 ล้านบาท หรือค่าก่อสร้างเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร

         (2) เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี-แหลมฉบัง ระยะทาง 655 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 348,890 ล้านบาท หรือค่าก่อสร้างเฉลี่ย 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร

        ผมได้เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ค่าก่อสร้างเฉลี่ยต่อกิโลเมตรจะเท่ากันทั้งสองเส้นทางคือ 532.66 ล้านบาท/กิโลเมตร เพราะลักษณะภูมิประเทศของเส้นทางทั้งสองต่างกัน อีกทั้ง ได้วิจารณ์ว่าเป็นราคาค่อนข้างสูง เพราะมีราคาพอๆ กับค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท (สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์) ซึ่งมีค่าก่อสร้างเฉลี่ย 541.50 ล้านบาท/กิโลเมตร แต่การก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั้งสองสายดังกล่าวไม่ใช่เป็นการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 – 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ดังนั้น ค่าก่อสร้างรถไฟทางคู่จะต้องถูกกว่า

User Rating: 5 / 5

Star activeStar activeStar activeStar activeStar active

อย่ารื้อฟื้นทางด่วนขั้นที่ 3

          เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้ขอให้ปลัดกระทรวงคมนาคมรวบรวมข้อมูลการดำเนินโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ เพื่อที่จะศึกษารายละเอียดและพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

         ทางด่วนขั้นที่ 3 เชื่อมวงแหวนฝั่งตะวันตกกับวงแหวนฝั่งตะวันออก โดยวิ่งบนถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนงามวงศ์วาน และถนนเกษตร – นวมินทร์ ซึ่งบางช่วงจะต้องใช้พื้นที่ของ ม. เกษตรฯ และชุมชนใกล้เคียง แต่ ม. เกษตรฯ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอุบัติเหตุ 

User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

รถไฟทางคู่ ไทย – จีน รางนี้เพื่อใคร?

           การสร้างรถไฟทางคู่ ไทย – จีน ขนาดราง 1.435 เมตร เป็นข่าวที่ดึงดูดความสนใจของผู้ที่สนใจการคมนาคมขนส่งได้พอสมควร ทั้งนี้ ในช่วงที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมเอเปค ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆ นี้นั้น ได้มีการเห็นชอบที่จะผลักดันเส้นทางสายไหมจากจีนสู่อาเซียน โดยการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาดราง 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ร่วมกันระหว่างจีนและไทยใน 3 ช่วง คือ ช่วงหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย ช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ และช่วงแก่งคอย-ชลบุรี-มาบตาพุด ระยะทางรวม 867 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุน 4 แสนล้านบาท หรือมีค่าก่อสร้างเฉลี่ย 461 ล้านบาท/กิโลเมตร รถไฟทางคู่นี้จะใช้ขนทั้งคนและสินค้า ซึ่งต่อไปจะพัฒนาเป็นรถไฟความเร็วสูง

         เดิมรถไฟทางคู่ขนาดราง 1.435 เมตร ของ คสช. (ก่อนมีรัฐบาลประยุทธ์) มี 2 เส้นทาง ได้แก่ (1) หนองคาย – นครราชสีมา – ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท (2) เชียงของ – เด่นชัย – บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท หรือมีระยะทางรวม 2 เส้นทาง 1,392 กิโลเมตร และวงเงินรวม 2 เส้นทาง 741,460 ล้านบาทได้มีการกำหนดให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง

User Rating: 0 / 5

Star inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactiveStar inactive

เมื่อไหร่ยุทธศาสตร์คมนาคมขนส่งจะนิ่ง?

          คงยังจำกันได้ว่าก่อนที่จะมีรัฐบาลประยุทธ์ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ได้เสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565 ต่อ คสช. ยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วย 5 แผนงาน วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท (แต่ผมรวมตัวเลขได้ 3.44 ล้านล้านบาท ไม่ใช่ 2.4 ล้านล้านบาท)

          ในแผนยุทธศาสตร์นี้ มีโครงการที่โดดเด่นคือ การก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดราง 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่

          1) หนองคาย – นครราชสีมา – ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะทาง 737 กม. วงเงิน 392,570 ล้านบาท

          2) เชียงของ – เด่นชัย – บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. วงเงิน 348,890 ล้านบาท หรือวงเงินรวม 2 เส้นทาง 741,460 ล้านบาท

          หลังจากนั้นยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกปรับเปลี่ยนตลอดมา จนถึงวันนี้ได้ปรับเปลี่ยนวงเงินเป็นกว่า 3 ล้านล้านบาท อีกทั้ง โครงการรถไฟทางคู่ขนาดราง 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จำนวน 2 เส้นทาง ก็ถูกเปลี่ยนเป็น 3 เส้นทาง ประกอบด้วย